สหรัฐอ้างเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายเมินการเจรจา

รัฐบาลสหรัฐเผยว่าได้มีความพยายามติดต่อโดยตรงกับเกาหลีเหนือเพื่อขอเจรจา แต่ไม่ได้รับความสนใจจากอีกฝ่าย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่านายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวภายหลังเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง

เมื่อวันเสาร์ ว่ารัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในการเจรจาโดยตรงกับเกาหลีเหนือมาตลอด แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐคนใดรับผิดชอบภารกิจนี้ และการติดต่อเกิดขึ้นมาแล้วกี่ครั้ง รวมถึงเป็นการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่คนใดของรัฐบาลเปียงยาง แม้ก่อนหน้านั้นเคยกล่าวว่า สหรัฐมีการติดต่อ “ที่จำกัดอย่างมาก” กับอีกฝ่าย
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศในกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ชี้แจงคำกล่าวของทิลเลอร์สัน ว่าแม้โอกาสหรือความเป็นไปได้ในการเจรจากับเกาหลีเหนือยังไม่มืดมนไปเสียทีเดียว แต่รัฐบาลเปียงยางยังไม่แสดงความสนใจที่จะพบหารือกับสหรัฐ ขณะเดียวกัน ทิลเลอร์สันย้ำถึงการใช้ “มาตรการกดดันอย่างสันติ” ตามแนวทางของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เพื่อนำไปสู่การยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเปียงยาง โดยได้รับความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นจากจีน ที่ล่าสุดมีการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจชาวเกาหลีเหนือทั้งหมดในประเทศปิดกิจการภายในวันที่ 8 ม.ค. 2561 แน่นอนว่าการเยือนกรุงปักกิ่งของทิลเลอร์สัน ที่ยังมีการพบหารือกับนายหยาง เจียฉือ มนตรีแห่งรัฐ และนายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศด้วย ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจากเกาหลีเหนือ ซึ่งสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) รายงานเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงใช้ “จิตวิทยาแบบเก่า” ที่มีแต่จะเป็นการ “ฆ่าตัวตายให้สหรัฐมอดไหม้เป็นจุณด้วยหายนะจากนิวเคลียร์เท่านั้น”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews